วันอังคารที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2553

แร่ธาตุ

ทรัพยากรแร่ธาตุ
แร่เป็นทรัพยากรที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติมีความสำคัญและมีบทบาทที่สนองความต้องการ ทางด้านปัจจัยต่าง ๆ ของประชากร ทั้งทางด้านอุตสาหกรรมและพลังงาน ความสำคัญและประโยชน์ของแร่ธาตุที่จะนำมาใช้ขึ้นอยู่ กับระยะเวลาความเจริญทางเทคโนโลยี ตลอดจนความต้องการในการนำไปใช้ของมนุษย์
ทรัพยากรแร่ธาตุ ที่มนุษย์เราใช้ส่วนใหญ่มาจากแผ่นดิน ซึ่งค่อย ๆ ลดจำนวนลงทำให้มีการสำรวจค้นคว้าหาแหล่งทรัพยากรแร่ธาตุใหม่ ๆ อยู่เสมอ ปัจจุบันได้มีการบุกเบิกหาแหล่งทรัพยากรแร่ธาตุในทะเล เช่น น้ำมันปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติ
ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และระยะเวลาทำให้ความสำคัญของแร่ธาตุเปลี่ยนแปลงไปจากชนิดหนึ่งไปใช้อีกชนิดหนึ่ง เช่น จากการใช้ถ่านหินมาใช้น้ำมันปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติจากการใช้เหล็กมาใช้ อลูมิเนียมแทน
ประเภทของแร่
แร่เป็นทรัพยากรที่มนุษย์ นำมาใช้ประโยชน์มากมาย แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ
1. แร่โลหะ เป็นแร่ที่มีความเหนียว เป็นตัวทนความร้อน และไฟฟ้าได้ดีหลอมตัวได้ และมีความทึบแสง ได้แก่ แร่ดีบุก เหล็ก แมงกานีส ทองแดง ตะกั่ว อลูมิเนียม แมกนีเซียม ทองคำ เงิน วุลแฟรม ฯล
2. แร่อโลหะ เป็นแร่ที่ไม่เป็นตัวนำความร้อนมีลักษณะโปร่งแสง เปราะแตกหักง่าย ได้แก่ ฟลูออไรท์ ฟอสเฟส หิน ทราย เกลือ กำมะถัน โปแตสเซียม แคลเซียม ดินขาว ฯล
3. แร่พลังงาน หรือแร่เชื้อเพลิงเป็นแร่ที่สำคัญถูกนำมาใช้มากเกิดจากซากสิ่งมีชีวิตในอดีต ได้แก่ ถ่านหิน น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ
ประโยชน์แร่
1. ประโยชน์ทางด้านความมั่นคง และมั่งคั่งของประเทศ ประเทศที่มีแร่ธาตุต่าง ๆ มากมายและสามารถนำไปใช้แปร รูปเป็นผลผลิตต่าง ๆ ที่ทำประโยชน์ต่อมนุษย์ เช่น ด้านอาวุธ ด้านอุตสาหกรรม
2. ประโยชน์ด้านความเป็นอยู่ของมนุษย์นำแร่ธาตุต่าง ๆ มาสร้างขึ้นเป็นภาชนะใช้สอยพาหนะที่ช่วยในการคมนาคม อาคารบ้านเรือน ก๊าซหุงต้ม พลังงานไฟฟ้า
3. ประโยชน์ด้านการสร้างงานแก่ประชาชน ทำให้ประชาชนมีรายได้จากการขุดแร่ ไปจนถึงแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ไปสู่ผู้บริโภค
นอกจากนี้ แร่ธาตุชนิดต่าง ๆ มีคุณสมบัติลักษณะต่างกัน จึงมีประโยชน์แตกต่างกัน เช่น แร่วุลแฟรม นำมาทำไส้หลอดไฟฟ้า ใช้ในอุตสาหกรรม เครื่องแก้ว แร่พลวงนำมาใช้ทำตัวพิมพ์หนังสือ ทำสี แบตเตอรี่ รัตนชาติ เป็นแร่ที่มีลักษณะสีสันสวยงาม นำมาใช้ทำเครื่องประดับต่าง ๆ มากมาย
ปัญหาทรัพยากรแร่
1. ปัญหาสิ่งแวดล้อมบริเวณที่ทำเหมืองแร่แล้วทำให้สภาพดินไม่อุดมสมบูรณ์ สกปรกพื้นที่ขรุขระมีหลุมบ่อมากมายจึงถูกปล่อยทิ้งใช้ประโยชน์ไม่เต็มที่
2. ปัญหาการใช้แร่ธาตุบางประเภทเป็นจำนวนมาก เช่น แร่เหล็กถูกนำมาใช้มากและแพร่หลายที่สุด ถ่านหิน น้ำมันปิโตรเลียม ดีบุก ฯล
3. ปัญหาการใช้แร่ไม่คุ้มค่า ได้แก่ พวกแร่ที่ใช้แล้วยังเหลืออยู่ ยังสามารถนำกลับไปใช้อีก เช่น เหล็ก ส่วนแร่ที่นำไปใช้แล้วหมดไป เช่น ถ่านหิน น้ำมัน ปิโตรเลียม ก๊าซธรรมชาติ เราจึงต้องใช้อย่างคุ้มค่า และประหยัด
การทำเหมืองแร่
การอนุรักษ์แร่ธาตุ
ดังได้กล่าวมาแล้วถึงทรัพยากรแร่ธาตุในปัจจุบันซึ่งกำลังประสบปัญหาหากไม่มีการป้องกันแก้ไข ดังนั้นการอนุรักษ์แร่ธาตุจึงเป็นมาตรการสำคัญที่จะช่วยได้ดังต่อไปนี้
1. การใช้แร่ธาตุอย่างประหยัด ในการทำเหมืองแร่บางอย่างนั้นบางทีทรัพยากรแร่ธาตุที่ได้มาอาจมีหลายชนิด ดังนั้นจึงควรจะพยายามใช้ให้คุ้มค่าทุกชนิด อย่างประหยัดและลดการสูญเปล่า
2. การสำรวจแหล่งแร่ ควรมีการเร่งรัดการสำรวจทรัพยากรแร่ธาตุให้ครอบคลุมทั่วประเทศเพื่อประโยชน์ในการวางแผนการใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า
3. การใช้แร่ชนิดอื่นทดแทน พยายามหาแร่ธาตุอื่น ๆ มาใช้ทดแทนแร่ที่ใช้กันมาก อาทิการใช้อลูมิเนียมแทนเหล็ก
4. นำแร่ที่ใช้แล้วกลับมาใช้อีก เพื่อการใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ควรมีการนำแร่ที่ใช้แล้วกลับมาใช้อีก อาทิ ภาชนะเครื่องใช้ที่เป็นอลูมิเนียมบางอย่างที่หมดสภาพการใช้แล้วสามารถนำกลับมาหลอม ใช้ใหม่ได้อีก

บล็อก

บล็อก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

สำหรับความหมายอื่นของ บล็อก ดูได้ที่ บล็อก (แก้ความกำกวม)
บล็อก (อังกฤษ: blog) เป็นคำรวมมาจากคำว่า เว็บล็อก (อังกฤษ: weblog) เป็นรูปแบบเว็บไซต์ประเภทหนึ่ง ซึ่งถูกเขียนขึ้นในลำดับที่เรียงตามเวลาในการเขียน ซึ่งจะแสดงข้อมูลที่เขียนล่าสุดไว้แรกสุด บล็อกโดยปกติจะประกอบด้วย ข้อความ ภาพ ลิงก์ ซึ่งบางครั้งจะรวมสื่อต่างๆ ไม่ว่า เพลง หรือวิดีโอในหลายรูปแบบได้ จุดที่แตกต่างของบล็อกกับเว็บไซต์โดยปกติคือ บล็อกจะเปิดให้ผู้เข้ามาอ่านข้อมูล สามารถแสดงความคิดเห็นต่อท้ายข้อความที่เจ้าของบล็อกเป็นคนเขียน ซึ่งทำให้ผู้เขียนสามารถได้ผลตอบกลับโดยทันที คำว่า "บล็อก" ยังใช้เป็นคำกริยาได้ซึ่งหมายถึง การเขียนบล็อก และนอกจากนี้ผู้ที่เขียนบล็อกเป็นอาชีพก็จะถูกเรียกว่า "บล็อกเกอร์"
บล็อกเป็นเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาหลากหลายขึ้นอยู่กับเจ้าของบล็อก โดยสามารถใช้เป็นเครื่องมือสื่อสาร การประกาศข่าวสาร การแสดงความคิดเห็น การเผยแพร่ผลงาน ในหลายด้านไม่ว่า อาหาร การเมือง เทคโนโลยี หรือข่าวปัจจุบัน นอกจากนี้บล็อกที่ถูกเขียนเฉพาะเรื่องส่วนตัวหรือจะเรียกว่าไดอารีออนไลน์ ซึ่งไดอารีออนไลน์นี่เองเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้บล็อกในปัจจุบัน นอกจากนี้ตามบริษัทเอกชนหลายแห่งได้มีการจัดทำบล็อกของทางบริษัทขึ้น เพื่อเสนอแนวความเห็นใหม่ใหักับลูกค้า โดยมีการเขียนบล็อกออกมาในลักษณะเดียวกับข่าวสั้น และได้รับการตอบรับจากทางลูกค้าที่แสดงความเห็นตอบกลับเข้าไป เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์
เว็บค้นหาบล็อกเทคโนราที ได้อ้างไว้ว่าปัจจุบันในอินเทอร์เน็ต มีบล็อกมากกว่า 112 ล้านบล็อกทั่วโลก [1]

เนื้อหา

[ซ่อน]

[แก้] ความ นิยม

บล็อกได้เริ่มมีบทบาทมากขึ้นในปัจจุบันในวงการสื่อมวลชนในหลายประเทศ เนื่องจากระบบแก้ไขที่เรียบง่าย และสามารถตีพิมพ์เรื่องราวได้โดยไม่ต้องใช้ความรู้ในการเขียนเว็บไซต์ โดยนอกเหนือจากที่ผู้เขียนข่าวส่งผลงานให้กับทางสื่อแล้ว ยังได้มาเขียนข่าวในอีกช่องทางหนึ่งในการเผยแพร่ข้อมูล หรือแนวความคิด โดยการเขียนบล็อกสามารถเผยแพร่ข้อมูลสู่ประชาชนได้รวดเร็วและเสียค่าใช้จ่าย น้อยกว่า สื่อในด้านอื่น ข่าวที่นิยมในการเขียนบล็อกต่อสื่อมวลชน ส่วนใหญ่จะเป็นในลักษณะเรื่องซุบซิบวงการดารา ข่าวการเคลื่อนไหวทางการเมือง เป็นต้น
จากความนิยมที่มากขึ้น ทำให้หลายเว็บไซต์เปิดให้มีส่วนการใช้งานบล็อกเพิ่มขึ้นมาในเว็บของตนเอง เพื่อเรียกให้มีการเข้าสู่เว็บไซต์มากขึ้นทั้งผู้เขียนและผู้อ่าน

[แก้] การ ใช้งานบล็อก

ผู้ใช้งานบล็อกจะแก้ไขและบริหารบล็อกผ่านทางเว็บเบราว์เซอร์เหมือนการใช้งานและอ่าน เว็บไซต์ทั่วไป โดยจะมีรูปแบบบริหารบล็อกที่แตกต่างกัน เช่นบางระบบที่มีบรรณาธิการของบล็อก ผู้เขียนหลายคนจะส่งเรื่องเข้าทางบล็อก และจะต้องรอให้บรรณาธิการอนุมัติให้บล็อกเผยแพร่ก่อน บล็อกถึงจะแสดงผลในเว็บไซต์นั้นได้ ซึ่งจะแตกต่างจากบล็อกส่วนตัวที่จะให้แสดงผลได้ทันที
ผู้เขียนบล็อกในปัจจุบันจะใช้งานบล็อกในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งไม่ว่า ติดตั้งซอฟต์แวร์ของตัวเอง หรือใช้งานบล็อกผ่านทางเว็บไซต์ที่ให้บริการบล็อก
สำหรับผู้อ่านบล็อกจะใช้งานได้ในลักษณะเหมือนอ่านเว็บไซต์ทั่วไป และสามารถแสดงความเห็นได้ในส่วนท้ายของแต่ละบล็อกโดยอาจจะต้องผ่านการลง ทะเบียนในบางบล็อก นอกจากนี้ผู้อ่านบล็อกสามารถอ่านบล็อกได้ผ่านระบบฟีด ซึ่งมีให้บริการในบล็อกทั่วไป ทำให้ผู้ใช้สามารถอ่านบล็อกได้โดยตรง ผ่านโปรแกรมตัวอื่นโดยไม่จำเป็นต้องเข้ามาสู่หน้าบล็อกนั้น

[แก้] บล็อก ซอฟต์แวร์

บล็อกซอฟต์แวร์ หรือ บล็อกแวร์ เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้ในอินเทอร์เน็ต ในลักษณะของระบบจัดการเนื้อหาเว็บ ที่ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์และผู้เขียนหรือดูแลบล็อกจะแยกจากกันต่างหาก ส่งผลให้ผู้เขียนบล็อกสามารถใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องมีพื้นฐานความรู้ใน ด้านเอชทีเอ็มแอล หรือการทำเว็บไซต์แต่อย่างใด ทำให้ผู้เขียนบล็อกสามารถใช้เวลาส่วนใหญ่ในการ บริหารจัดการ เพิ่มเติม ข้อมูลและสารสนเทศแทนได้ นอกจากนี้บล็อกซอฟต์แวร์จะสนับสนุน ระบบ WYSIWYG ซึ่งทำให้ง่ายต่อการเขียน และอาจเพิ่มเติมการมีเทมเพลตในหลายแบบให้เลือก ใช้
ซอฟต์แวร์ส่วนใหญ่สามารถดาวน์โหลดและติดตั้งได้ทันทีโดยผู้ใช้ ซึ่งซอฟต์แวร์บางส่วนเป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ซึ่งผู้พัฒนาสามารถนำมาปรับแก้ เป็นของตนเอง ติดตั้งไว้ใช้เป็นบล็อกส่วนตัว หรือเผยแพร่ให้คนอื่นมาใช้งานได้ ส่วนซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์นั้น จะมีทั้งในรูปแบบที่ให้ใช้งานแบบเสียค่าใช้จ่ายหรือให้ใช้งานฟรี

วันอังคารที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

สุราพื้นบ้าน

เหล้าพื้นบ้านไทย
          นับเวลาได้หลายปีดีดักแล้ว เหมือนกันกับการต่อสู้ของพี่น้องเครือข่ายเหล้าพื้นบ้าน เพื่อผลักดันให้เกิดมาตรฐานและการยอมรับในผลิตภัณฑ์ชนิดนี้  ผลิตภัณฑ์ซึ่งก่อเกิดและดำรงอยู่คู่สังคมไทยมายาวนาน เป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านอีกอย่างหนึ่งที่พบเห็นได้โดยทั่วไปทั่วทุกภาคของ ประเทศไทย และหากโฟกัสการต่อสู้ที่ค่อนข้างดุเดือดจะพบว่า มีความเคลื่อนไหวที่ค่อนข้างบ่อย  พบเห็นอยู่เนืองๆตามสื่อกระแสหลัก  เป็นการต่อสู้อย่างชนิดเอาจริงเอาจัง  ทั้งในส่วนของเครือข่ายเหล้าพื้นบ้านภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้
          อย่างไรก็ตามในกระบวนการ ต่อสู้เพื่อให้ได้มาแม้ต้องพบอุปสรรคหลากหลาย   แต่การรวมตัวที่สอดประสานลงตัวก็สามารถคลี่คลายปมปัญหาหลายอย่างลงไปได้  กระนั้นจนถึงวันนี้หากจะถามว่าเหล้าพื้นบ้านไทยจะไปทางไหน  เหล้าไทยังต้องเป็นเหล้าเถื่อนไปอีกนานเท่าใดคงไม่มีใครตอบได้ชัดเจน  เว้นเสียแต่ว่าคำตอบนั้นคือการสรุปบทเรียน   การคาดหมายและแสดงความมุ่งหวังเพื่อไปให้ถึงฝั่งที่คิดและคาดหวัง
          นาทีนี้เราจะไปติดตาม สถานการณ์ล่าสุดของเหล้าพื้นบ้าน ไปดูกันว่าก้าวที่กล้าของเครือข่ายเหล้าพื้นบ้าน ณ เวลานี้เป็นอย่างไร ปัญหาอุปสรรคที่ยังต้องสะเทินคืออะไร ภาพรวมของเครือข่ายเหล้าพื้นบ้านทั่วประเทศสดใสเรืองรองหรือหมองหม่นเหมือน ที่เคย  เป็นโอกาสดีที่ได้เดินทางมาจังหวัดเชียงรายเพื่อปฏิบัติภารกิจตามหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย  ขณะเดียวกันก็ได้เจอะเจอกับผู้ประสานงานเครือข่ายเหล้าพื้นบ้านจังหวัด เชียงราย คุณ ประนอม เชิมชัยภูมิ เรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับ เครือข่ายเหล้าพื้นบ้าน จึงถูกถ่ายทอดออกมา  เพื่อสื่อให้สังคมได้รับรู้ว่า เหล้าพื้นบ้านไทยจะเป็นอย่างไรต่อไป
          คุณประนอม เชิมชัยภูมิ เล่าให้ฟังว่า วันนี้ รัฐให้โอกาสเครือข่ายฯ โดยให้ดำเนินงานในรูปแบบสหกรณ์ก็จริงแต่ในทางปฏิบัติยังมีปัญหามากมาย อาทิ เรื่องการจดทะเบียนกับสหกรณ์จังหวัด เนื่องจากชาวบ้านไม่คุ้นเคยกับการทำงานเอกสารที่ต้องทำตามขั้นตอน มีปัญหาจุกจิกมากมาย กว่าจะเป็นสหกรณ์ได้ ต้องไปติดต่อนับสิบครั้ง คุณประนอมสะท้อนให้ฟังอีกว่า นอกจากเรื่องการจดทะเบียนแล้ว เรื่องปัญหาสรรพสามิตก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่หนักอก เพราะจนถึงทุกวันนี้ยังมีความไม่ชัดเจนในเรื่องของตัวกฎ-ระเบียบ มากมาย ยกตัวอย่างเช่น โรงงานเหล้า 1 โรง   ต้องมีกำลังการผลิตต่ำกว่า 5 แรงม้า มีคนต่ำกว่า 7 คน หรืออีกนัยหนึ่งคือ 4.99 แรงม้า และ 6 คน   สิ่งที่เป็นปัญหาคาใจชาวบ้าน และเป็นความคลุมเครือที่ชาวบ้านยังไม่กล้าตัดสินใจ  คือ  สรรพสามิตตอบไม่ได้ว่า ถ้าชาวบ้านใช้ฟืนมาต้มหรือใช้เตาแก๊ส 1 หัวแก๊สต้ม คิดเป็นกี่แรงม้า   สรรพสามิตคิดไม่ได้ หรือไม่ก็ตอบว่าไม่ต้องไปให้ความสำคัญ แต่พร้อมๆกันนั้นก็มีกระแสออกมาว่าที่ อ.เวียงป่าเป้า สรรพสามิตกำหนดให้เพียงแค่ 1 เตา/1 โรงงาน
          นั่นหมายถึงกำลังการผลิตเต็ม ที่ได้เพียงแค่  300 ขวด/16 ชั่วโมง  ซึ่งความจริงแล้วทำงานแค่ 8 ช.ม./วัน   เพราะฉะนั้นสิ่งที่ยังเป็นปัญหาอยู่ก็คือว่า   ถ้าผลิตได้เพียงแค่วันละ 300 ขวด/ 1 สหกรณ์ พอถึงสิ้นปีแต่ละคนจะได้ปันผลคนละไม่กี่บาท ไม่คุ้มกับระยะเวลาที่ลงทุนไป 1 ปี   ขณะที่บางพื้นที่บางอำเภอก็บอกว่าสามารถทำได้ 3 เตา ที่ อ. เวียงป่าเป้า ไม่เกิน 1 เตา   แต่ที่ อ.แม่สาย เหล้าของบริษัทแห่งหนึ่งที่เคยเป็นสมาชิกเครือข่ายเหล้าสามารถทำได้  4  เตาและผลิตจนถึงทุกวันนี้
          นอกจากนี้กระบวนการผลิตยัง ต้องผ่านการตรวจสอบของสาธารณสุข เพราะจะกำหนดให้เหล้าอยู่ในประเภทของอาหาร  ขณะนี้โรงงานที่ได้รับอนุญาตของจังหวัดเชียงรายมีทั้งหมด  9 โรงงาน ถ้าให้สาธารณสุขตรวจสอบ 9 โรงงานนี้  รับรองไม่ผ่านซักที่ อย่างน้อยต้องดูในเรื่องของความสะอาด ความมั่นคงของอาคาร   แต่พอสรรพสามิตมาปฏิบัติกับเครือข่ายเหล้าก็บอกว่าต้องมุงกระเบื้องและเท พื้นคอนกรีตอย่างดี   นี่เป็นความสับสนของชาวบ้านที่คิดว่า "สรรพสามิตเลือกปฏิบัติ!" ผู้ประสานงานเครือข่ายเหล้าพื้นบ้านจังหวัดเชียงรายระบุ  ก่อนจะกล่าวอีกว่าชาวบ้านอยากจะไปคุยกับสรรพสามิตให้ชัดเจนว่า ถ้าใช้ฟื้น/เตาแก๊ส 1 หัว คิดเป็นกี่แรงม้า หลังคาโรงงานใช้หญ้าคาได้หรือไม่ ถ้าบอกว่าใช้หญ้าคาไม่ได้ ;ชาวบ้านก็จะเสนอว่าแล้วโรงงานของพวกบริษัท/ห้างหุ้นส่วนจำกัด ที่อนุญาตไว้แล้วทำไมถึงได้รับใบอนุญาตทั้งที่บางแห่งก็มุงหญ้าคา
          "หากสรรพสามิตจังหวัดตอบไม่ ชัดชาวบ้านก็จะเชิญอธิบดีกรมสรรพสามิตมาตอบว่าเรื่องแรงม้านั้นที่ถูกต้อง ต้องคิดกันอย่างไร" ?
          ผู้ประสานงานเครือข่ายเหล้า พื้นบ้านจังหวัดเชียงราย  ยังร่ายยาวถึงความคับแค้นใจของเครือข่ายเหล้าพื้นบ้านเชียงรายอีกว่า  ข้อบังคับของโรงงานผลิตสุรากลั่น  จะต้องมีบ่อบำบัดน้ำเสียตามขนาดที่สรรพสามิตกำหนด ซึ่งขณะนี้บางแห่งที่เปิดอยู่ก็ไม่มีเหมือนกับของเครือข่าย แต่ชาวบ้านก็ไม่ต้องการที่จะเป็นศัตรูกับพวกที่เปิดโรงงานไปแล้ว  เพียงแค่อยากให้สรรพสามิตยอมรับว่า ปัญหาที่เกิดเป็นเพราะเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติไม่มีความชัดเจนในทางปฏิบัติตาม มติ ครม.  และระเบียบของกระทรวงการคลัง
          "ภาคอื่น อย่างเช่นภาคอีสานก็เหมือนกัน สมาชิกลดลงไปมาก   เพราะส่วนใหญ่สมาชิกหันไปผลิตสุราแช่ เช่น ไวน์ แต่ก็มีบางส่วนที่ยังคงอยู่  โดยภาพรวมทั่วทุกภาค ข้อเรียกร้องของเครือข่ายเหล้าในขณะนี้  ยังคงมีข้อตกลงเดิมร่วมกันกับทางรัฐบาล   คือ  รัฐบาลจะต้องสนับสนุนงบประมาณในการทำการศึกษาวิจัย และพัฒนาเหล้าพื้นบ้านในเรื่องของ บรรจุภัณฑ์, น้ำเหล้า,เครื่องต้ม-กลั่น ทำอย่างไรจึงจะมีมาตรฐาน  และในเรื่องของการผลิตเหล้าพื้นบ้านสำหรับบริโภคในครัวเรือน สิ่งที่เคยเสนอไว้ก็คือน่าจะมีการเก็บภาษีในอีกอัตราหนึ่ง  ไม่ใช่อัตราเดียวกับการผลิตและจำหน่าย หรือให้มีการอนุญาตในการผลิตในแต่ละครั้งว่าจะให้ผลิตครั้งละเท่าไหร่" ผู้ประสานงานเครือข่ายเหล้าพื้นบ้านจังหวัดเชียงราย ย้ำชัดเจน ก่อนจะต่อยอดในประเด็นปัญหาต่อไปอีกว่า
          ปัญหาอีกประการหนึ่งที่เป็น ระเบียบของสรรพสามิตที่กล่าวได้ว่า  เป็นเรื่องแปลกแต่จริงกล่าวคือ   ระยะเวลาในการอนุญาตผลิตสุรา ปกติกำหนด  4,000 บาท/ ปี เช่น ถ้าเป็นบัตรประชาชนเราไปถ่ายวันที่ 6 มิ.ย.2546 ถ้า 1 ปี ก็ 6 มิ.ย.2547 แต่สรรพสามิตไม่ได้คิดอย่างนี้ ปกติเขาจะต้องคิดรอบ 12 เดือน แต่เขาคิดรอบปี   หรือถ้าเราได้รับอนุญาต 1 ธ.ค. เขาก็จะให้ไปสิ้นสุด 31 ธ.ค. ก็เสียเงิน 4,000 บาท เหมือนกันกับคนที่ได้รับอนุญาต  ซึ่งประเด็นนี้คิดว่าจะต้องไปนำเสนอให้มีการปรับปรุงให้สอดคล้องกับกฎ ระเบียบอื่น ๆ   ของทางราชการที่ปฏิบัติอยู่ อันนี้เป็นปัญหาที่เครือข่ายเหล้าจะต้องทำงานต่อไป
          ผู้ประสานงานเครือข่ายเหล้า พื้นบ้านจังหวัดเชียงรายบอกกับเราว่า   บางทีในจังหวะที่กำลังเผชิญสถานการณ์รอบด้านเรื่องดีๆก็มีเข้ามาเป็นยาชู กำลังให้กับคนทำงานได้เช่นกัน และยาชูกำลังที่ว่าก็คือ ขณะนี้เครือข่ายเหล้าเชียงรายได้ประสานกับวิทยาลัยราชมงคล    และทางราชมงคลก็ตอบรับมาให้เราทำจดหมายไปทางราชมงคลจะทำโครงการศึกษาวิจัย เรื่อง "เครื่องต้มกลั่นสุราสำหรับชุมชนแบบประหยัดและมีประสิทธิภาพ"   นอกจากนี้แล้วผู้ประสานงานเครือข่ายเหล้าพื้นบ้านจังหวัดเชียงราย ยังบอกด้วยว่า เครือข่ายเหล้าภาคเหนือ : เครือข่ายเหล้า จ.เชียงราย และ จ.ลำปาง ก็เตรียมที่จะเสนอต่อสังคมว่าอยากจะให้แต่ละจังหวัดมี "คณะกรรมการตรวจสอบมาตรฐานโรงงานผลิตสุรากลั่นชุมชน" 1 ชุดโดยมีตัวแทนจากหลายฝ่าย เช่น ผู้ผลิต สาธารณสุข นักวิชาการ ตำรวจ สรรพสารมิตร ฯลฯ
          ตอนนี้เป็นการพูดคุยกันใน ระดับแกนนำของเครือข่ายเหล้า เรายังไม่เสนอเพราะต้องการหาความชัดเจนอยู่ว่ามาตรฐานโรงงานสุรากลั่นชุมชน มันน่าจะเป็นยังไง จะต้องมาคิดรายละเอียดเรื่องหลังคา , ประตู , บ่อน้ำ แต่ที่แน่ ๆ ตอนนี้เขามีข้อบังคับออกมาแล้วว่าโรงงานเหล้าจะต้องมีบ่อบำบัดน้ำเสียขนาด ไหน ห่างจากแหล่งน้ำสาธารณะไม่ต่ำกว่า100 เมตร แต่สิ่งที่ยังไม่มีคือมาตรฐานของโรงงาน , ระบบผังในโรงงาน ที่บ่มอยู่ตรงไหน สถานที่กลั่นควรจะอยู่ตรงไหน  ต้องกำหนดให้ชัด ตอนนี้ยังไม่ชัด" ผู้ประสานงานเครือข่ายเหล้าพื้นบ้านจังหวัดเชียงรายเปิดใจให้ฟัง
          โอกาสเป็นของผู้ที่ไขว่คว้า และลงมือทำ สิ่งที่น่าปลื้มใจอีกอย่างของเครือข่ายเหล้าพื้นบ้านจังหวัดเชียงรายอีก อย่างคือ เรื่องพื้นที่นำร่อง สำหรับปลูกข้าวปลอดสารพิษที่จะให้สมาชิกในเครือข่าย ซึ่งเป็นแนวคิดของเครือข่ายเหล้าที่ต้องการจะผลิตเหล้าคุณภาพที่ผลิตจากข้าว ปลอดสารพิษ เพื่อจะเป็นสินค้าที่สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ นี่เป็นแนวคิดที่ดีและทางเครือข่ายก็ยินดีจะส่งเสริมให้เป็นรูปธรรม
          นอกจากนี้   ยังมีแผน งาน  ที่ทางเครือข่ายวางกันเอาไว้    ในเรื่องการผลิตที่จะไม่ใช้ข้าวเหนียว ข้าวจ้าวอย่างเดียว ซึ่งก็ได้ประสานความร่วมมือไปยังมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ซึ่งทางมหาวิทยาลัย อัสสัมชัญเสนอว่าผลไม้ที่มีอยู่ทางภาคเหนือ เช่น ลำไย ลิ้นจี่ กล้วย  นอกจากเอามาทำเป็นสุราแช่แล้วยังสามารถนำมาทำเป็นสุรากลั่นได้ด้วย   และราคาผลไม้พวกนี้มีราคาต่ำทุกปี ถ้าเราขยายเครือข่ายเหล้าพื้นบ้านไปร่วมมือกับสมาคมผู้ปลูกลำใย,ผู้ปลูกข้าว โพด ฯลฯ   มันสามารถทำให้เราได้ประสานงานและเอื้ออาทรต่อกัน เราสามารถซื้อลำใยมาราคาถูก ๆ  เอามาผลิตเป็นเหล้า อาจจะเป็นสุรากลั่นลำใย , สุราข้าวโพด, ฯลฯ  นี่คือผลิตภัณฑ์ที่ทางเครือข่ายเหล้าตั้งใจว่าจะต้องผลิตออกมาสู่ตลาดใน อนาคต
          ทั้งหมดคือเสียงสะท้อนของ เครือข่ายเหล้าพื้นบ้านจังหวัดเชียงราย   เป็นเสียงสะท้อนที่เสมือนก้องกังวานออกมาจากหัวอกคนต้มเหล้าทั่วประเทศ .. กล่าวในที่สุด… วันนี้สำหรับเครือข่ายเหล้าพื้นล้านแล้ว   ก้าวย่างที่ท้าทายยังรอการพิสูจน์  ขณะเดียวกันเงื่อนไขของรัฐ ที่เป็นแอกแบกหลังก็ย่อมต้องได้รับการปลดปล่อย  ถ้าทั้งสองอย่างไปด้วยกันได้ การก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างเข้าใจซึ่งกันและกันก็ไม่ใช่เรื่องที่เกินจริง
ที่มา: http://www.chumchonthai.or.th

Access2010

Access 2010
Access 2007
Access 2003

วันอังคารที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

การสอนเอ็กเซล

   
การทำงานกับเวิร์กชีต Excel    
 
การจัดการเวิร์กชีตและเวิร์กบุ๊ค Excel    
  การตั้งชื่อและใช้สูตรคำนวณ Excel    
 
มารู้จักกราฟ excel กันเถอะ    
  ใส่ภาพลงเวิร์กชีต excel    
 
การพิมพ์เวิร์กชีต excel    
  การตั้งพาสเวิร์ด (Password) ให้กับเอกสารของเรา    
 
การ Copy สูตรไปวางที่ตำแหน่งอื่นโดยไม่ต้องสร้างใหม่    
  การคำนวณข้ามชีท    
 
การเพิ่มศูนย์หน้าเลขหลัก    
  การเปลี่ยน Format ตัวเลขเป็นข้อความ    
           
การคำนวณด้วย Microsoft Excel
การแก้ปัญหาข้อผิดพลาดจากการคำนวณ
การคำนวณโดยใช้สูตร
การใช้สูตรเชื่อมข้อความ
โครงสร้างฟังก์ชัน (Function)
ฟังก์ชันทางด้านคณิตศาสตร์ SUM  SUMIF  SQRT
  ฟังก์ชันทางด้านจัดลำดับข้อมูล  AVERAGE MAX    MIN  LARGE  SMALL
  ฟังก์ชันในการนับจำนวน COUNT  COUNTIF
  ฟังก์ชันข้อความและตัวอักษร  BAHTTEXT  LOWER  UPPER  PROOER  TEXT      CONCATENATE
  ฟังก์ชันข้อความ LEFT  RIGHT  PEPT
  ฟังก์ชันทางด้านตรรกศาสตร์  IF

กะแช่

กะแช่ -- เพชรบุรีภูมิปัญญาชาวบ้าน  การทำน้ำตาลเมาหรือกะแช่
        น้ำตาลใสหรือน้ำตาลสดที่ได้จากการขึ้นตาลนั้น  ถ้าทิ้งไว้นานเกิน  24  ชั่วโมง  จะเปลี่ยนสภาพเป็นน้ำส้มสายชู  ถ้านำไปต้มหรือเคี่ยว  เพื่อไม่ให้บูดเสียจะเรียกว่า  น้ำตาลตงุ่น
        นอกจากนี้น้ำตาลใสยังนิยมทำเป็นเครื่องดื่มประเภทหมักดองผสมแอลกอฮอล์  เรียกว่า  น้ำตาลเมา  (Palm  Wine)  หรือกะแช่  หรือเบียร์ภูธร  เพราะมีดีกรีใกล้เคียงกัน  การทำน้ำตาลเมานี้จะใส่ในภาชนะจำพวกใหหรือกระตุ้ม  ซึ่งมีขนาดความจุประมาณ  2  -  3  ลิตร  เรียกกันว่า  "ที่"  ส่วนภาชนะสำหรับดื่มกระแช่นิยมใช้กะลามะพร้าวขัดผิวจนเป็นมันเลื่อมเรียก ว่า  "หล่อ"
        วิธีการทำกะแช่  ต้องใช้รากไม้  หรือกิ่งไม้จำพวกไม้มะเกลือ  นำมาฝานเป็นชิ้น  ๆ  แล้วย่างไฟจนหอม  เรียกว่า  "เชื้อ"  เมื่อจัดเรียงลำดับเชื้อลงในภาชนะที่เตรียมไว้แล้วจึงเติมน้ำตาลใสหรือ น้ำตาลอุ่น
ให้ท่วมเชื้อ  ทิ้งไว้ประมาณ  12  ชั่วโมงจึงดื่มได้  เมื่อดื่มน้ำตาลเมาหมดแล้ว  ต้องเติมน้ำตาลใสลงไปแทนที่เดิมอีก  ดังนั้นการดื่มกะแช่จึงอยู่ในช่วงเวลาระหว่างตอนเช้ากับตอนเย็น  กรณีดื่มกระแช่ไม่หมดที่และปล่อยทิ้งไว้เกิน  12  ชั่วโมง  จะทำให้กะแช่เปลี่ยนรส  กลายเป็นน้ำส้มสายชูในที่สุด
        ด้วยเหตุนี้ผุ้นิยมดื่มน้ำตาลเมาจะต้องคอยเปลี่ยนที่หรือเชื้อในเวลาอันควร  โดยนำเอาเปลือกหรือรากมะเกลือของเก่าออกประมาณครึ่งหนึ่ง  แล้วนำของส่วนใหม่เติมลงไปเท่าเดิม  กรณีจะเปลี่ยนที่ใหม่อาจต้องใช้เวลาหมักกะแช่ให้นานกว่าเดิมขึ้นไปอีกหลาย วัน  ทั้งนี้เพราะการทำปฏิกริยาของน้ำตาลเมาจะยังไม่สมบูรณ์พอ
        นอกจากใช้มะเกลือใส่เป็นเชื้อของกะแช่แล้ว  อาจใช้สมุนไพรอื่น  ๆ  ได้อีก  เช่น  ไม้เคี่ยม  ไม้มะค่า  รากมะแว้ง  เถาวัลย์เปรียง  รากหนามพรม  กาฝากต้นมะม่วง  แต่นิยมกันมากคือรากมะเกลือ  เพราะมีรสขมชวนรับประทาน  ที่เรียกว่า  "ขมหล่อม"  อย่างไรก็ตาม  แต่เดิมกะแช่หรือน้ำตาลเมาจัดเป็นเครื่องดื่มที่ผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติ
เครื่องดื่มประเภทมึนเมา  แต่ได้พัฒนาขึ้นจนเป็นเครื่องดื่มประเภทไวน์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย  และเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมในโครงการ  หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์อีกด้วย

        ที่มา  :
        1.  คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ  ในคณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ  5  ธันวาคม  2542.  วัฒนธรรม  พัฒนาการทางประวัติศาสตร์  เอกลักษณ์และภูมิปัญญา  จังหวัดเพชรบุรี.,  กรุงเทพฯ  :  กรมศิลปากร,  2544.